“กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าเทพา-กระบี่”ยกระดับใช้มาตรการอารยะขัดขืนขั้นสูงสุด“อดข้าว-อดน้ำ”ประท้วง หากนายกฯไม่ยุติ ลั่นยืนหยัดปกป้องสิ่งแวดล้อมต้องใช้ชีวิตแลกมา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่งก.พ.) กลุ่มเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเล กระบี่-เทพา นำโดยนายมัธยม ชายเต็ม และน.ส.จินดารัตน์ เพิ่มลาภวิรุฬห์ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ประกาศยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และกระบี่ เนื่องจากโครวงการดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน และยังสร้างความสับสนให้กับประชาชนทั้ง 2 พื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศว่าจะชะลอโครงการไปอีก 3 ปี โดยไม่หยุดกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ)และกระบวนการอื่นๆ เช่น การขอใช้ที่ดินในที่สาธารณะ และการเวนคืนที่ดินเกือบ 3 พันไร่ ที่จะใช้เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งทางเครือข่ายฯไม่อาจยอมรับโครงการนี้  อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะหาทางออกในเรื่องนี้ จะต้องกล้าที่จะประกาศยุติการดำเนินการทั้ง 2 โครงการทันที โดยขอให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อให้เห็นชอบโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายฯจะปักหลักรอที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ประจำประเทศไทย จนกว่าจะได้คำตอบ จากนั้นเวลา 10.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กลุ่มฯ ได้แถลงการณ์และแสดงจุดยืนใช้มาตรการอารยะขัดขืนขั้นสูงสุดคือ งดอาหาร นั่งตากแดด ดื่มแต่น้ำ รวมทั้งสิ้น 63 คน เพื่อประกาศไปยังคนทั่วโลกว่า การปกป้องสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทยต้องใช้ชีวิตมาแลกกัน โดยวันนี้ทางกลุ่มฯ จะขอรอดูท่าทีของรัฐบาลหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมครม. หากไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวทางกลุ่มฯจะมีการประชุม เพื่อยกระดับแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews