โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน เป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่คนทั่วไปมักไม่รู้จัก และหลายรายที่เป็นถึงขั้นต้องตัดเท้าไป ก็ยังไม่รู้ ดังนั้น เราจึงควรมาทำความรู้จักกับโรคนี้กันไว้บ้างก็น่าจะเป็นการดี โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน มีชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Peripheral vascular disease (PVD) แปลว่า โรคเส้นเลือดส่วนปลายอุดตัน ซึ่งคำว่า vascular หมายถึง ทั้งเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ

แต่ความจริงแล้ว โรคนี้ กลับหมายถึงเพียงเส้นเลือดแดงอย่างเดียว ดังนั้น ปัจจุบันจึงนิยมใช้คำว่า Peripheral arterial disease (PAD) ซึ่งหมายถึงโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตันนั่นเอง เพราะส่วนมากถ้าเป็นเส้นเลือดดำอุดตัน มักจะเกิดจากลิ่มเลือด เราจะเรียกว่า deep venous thrombosis (DVT) มากกว่า เส้นเลือดแดงอุดตัน จะมีอาการต่างจากเส้นเลือดดำอุดตันไปคนละทางกันเลย โรคทั้งสอง มีอันตรายทั้งคู่แต่ต่างกันไป โรคเส้นเลือดดำอุดตัน มักจะเกิดจาก การที่อยู่เฉยๆเป็นเวลานานๆ เช่น นอนนานหลังผ่าตัด นั่งนานๆในรถทัวร์ หรือในเครื่องบิน เป็นต้น เลือดในเส้นเลือดดำจะตกตะกอนจับกันเป็นก้อน ลิ่มเลือดและอุดตัน ทำให้เลือดไปต่อไม่ได้ เลือดจึงค้างอยู่ตามปลายๆ ของขามาก เมื่อเลือดค้างอยู่มาก ก็จะเกิดแรงดันมาก ทำให้ส่วนที่เป็นน้ำซึมออกมานอกเส้นเลือด ไปอยู่ตามเนื้อเยื่อรอบๆ ดังนั้น อาการที่พบได้เป็นประจำสำหรับเส้นเลือดดำอุดตันคือ อาการขาบวมกดบุ๋ม คือ ถ้าเอานิ้วมือกดจะเป็นรอยบุ๋มลงไป ถ้าบวมมาก ก็จะขึ้นไปถึงใต้เข่า ถ้าบวมน้อยๆ ก็อาจจะอยู่แค่หลังเท้า อาการของน้ำเกินในร่างกายจากหัวใจวายหรือตับวาย หรือไตวาย ก็จะเกิดบวมกดบุ๋มด้วยเช่นกัน โดยที่ไม่ได้มีการอุดตันของเส้นเลือดดำ เลือดยังวิ่งได้อยู่ แต่ในความเร็วที่ช้าลงมาก เหมือนกับการจราจรบ้านเรา ดังนั้น น้ำที่อยู่ตามส่วนปลายจึงไหลออกข้างนอกเส้นเลือด ไปอยู่ตามเซลล์ต่างๆ(ซึ่งก็เหมือนกับการจราจรบ้านเราที่เวลารถติดมากๆ คนส่วนหนึ่งจะจอดรถแวะนอน หรือดื่มกาแฟตามโรงแรม หรือร้านอาหารกันก่อน). ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth