ภาคใต้ออสเตรเลียร้อนจัดทำลายสถิติในรอบ 80 ปี

อุณหภูมิที่เมืองแอดิเลด ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย อยู่ที่ 47.7 องศาเซลเซียส เมื่อช่วงปลายสัปดาห์นี้ สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2482

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของออสเตรเลีย ( บีโอเอ็มเอยู ) รายงานเมื่อวันเสาร์ ว่าอิทธิพลของคลื่นความร้อนจะยังคงแผ่ปกคลุมไปทั่วประเทศ โดยบีโอเอ็มคาดการณ์อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงกลางวันที่เมืองซิดนีย์ ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ ไว้ที่ประมาณ 43 องศาเซลเซียส
 
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในฝั่งตะวันตกและทางใต้ของประเทศมีแนวโน้มรุนแรงยิ่งกว่า โดยอุณหภูมิที่เมืองแอดิเลด ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย พุ่งสูงถึง 47.7 องศาเซลเซียส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถือเป็นสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดทำลายสถิติ 46.2 องศาเซลเซียส เมื่อปี 2482 ส่วนอุณหภูมิที่เมืองเมลเบิร์น เมืองเอกของรัฐวิกตอเรียซึ่งอยู่ห่างจากรัฐนิวเซาท์เวลส์ลงมาเล็กน้อยทางใต้ อาจสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในการรับมือไฟป่าที่มรแนวโน้มเกิดขึ้น และเพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยไฟป่าในรัฐวิกตอเรีย เมื่อปี 2552 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากถึง 180 คน

นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนจัดทั่วออสเตรเลียยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้า จนต้องมีการระงับการจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นระยะนานหลายชั่วโมง และการลดกำลังการผลิตลงประมาณ 100 เมกะวัตต์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดระบบล่ม โดยบริษัทผู้ผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าทุกแห่งได้แจ้งให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้าแล้ว.