คิงส์เกตฯ บริษัทแม่อัคราฯ อาศัยอำนาจตามข้อตกลงเอฟทีเอไทย – ออสเตรเลีย ฟ้องอนุญาโตฯไทยใช้ม.44 สั่งปิดเหมืองทองไม่ชอบด้วยกม. ชี้หากไทยแพ้ส่อเสียค่าโง่ 3 หมื่นล้านบาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 2 พ.ย. ทางบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดดเต็ด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี

ซึ่งได้รับผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว สั่งให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตร และใบอนุญาตทุกประเภท ยุติการการทำเหมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 60 ได้ส่งเอกสารชี้แจงมายังสื่อมวลชนชี้แจงกรณีบริษัทฯ ประกาศการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกับราชอาณาจักรไทย  โดยลงชื่อนายรอส สมิธ-เคิร์ก ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด มีใจความสำคัญว่า วันที่ 2 พ.ย. บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย มีใจความว่า หลังจากใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว บริษัทฯ ไม่สามารถหาข้อยุติในการเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีเหมืองแร่ทองคำชาตรีถูกสั่งระงับการประกอบกิจการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้น บริษัทฯจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกับราชอาณาจักรไทย ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย เพื่อเรียกร้องให้มีการชดเชยค่าเสียหายอันมหาศาลที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และเกิดขึ้นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อันเกิดจากมาตรการของรัฐบาลไทย เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าไปกว่านี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการแต่งตั้งบริษัทกฎหมายชั้นนำอย่าง บริษัท คลิฟฟอร์ด ชานซ์ ให้เป็นตัวแทนในการดำเนินคดีแทนบริษัทฯ และนายแอนดริว เบลล์ เอส. ซี  ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสสำหรับประเด็นทางกฎหมายดังกล่าว

กระบวนการทางกฎหมายดังกล่าวอาจจะไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการได้ และอาจมีค่าใช้จ่ายมหาศาลที่บริษัทฯ ต้องรับผิดชอบ ทั้งยังไม่สามารถรับประกันผลการพิจารณาได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า การเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการนั้น ยังอนุญาตให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถเจรจาหารือกันได้เพื่อหาข้อยุติ ภายใต้เงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับข้อตกลง ณ เวลาใดก็ตาม ในระหว่างกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายนี้

คณะกรรมการ บริษัท คิงส์เกตฯ เล็งเห็นว่า ยังคงมีโอกาสในการได้รับการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากทางราชอาณาจักรไทย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews