รัฐบาลการากัสเนรเทศอุปทูตสหรัฐพร้อมผู้ช่วย ตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา ว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แถลงเมื่อวันอังคาร ประกาศให้นายท็อดด์ โรบินสัน อุปทูตสหรัฐประจำกรุงการากัส ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของรัฐบาลวอชิงตันในเวเนซุเอลา ณ ปัจจุบัน

และนายไบรอัน นารานโจ ผู้ช่วยอุปทูต มีสถานะเป็น “บุคคลไม่พึงปรารถนา” และต้องเดินทางออกจากเวเนซุเอลาภายใน 48 ชั่วโมง โดยมาดูโรให้เหตุผลของการเนรเทศนักการทูตระดับสูงชาวอเมริกันทั้งสองคน ว่าเพื่อปกป้อง “เกียรติยศของบ้านเมือง” จาก “การสมคบคิด” เพื่อบ่อนทำลายเวเนซุเอลาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและการทหาร ขณะเดียวกัน มาดูโรยังกล่าวประณามรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าการเพิ่มมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลการากัส เป็นเจตนาเพื่อสร้างบรรยากาศอันก้าวร้าวต่อชาวเวเนซุเอลา ทั้งนี้ นายไมเคิล ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวตั้งแต่ยังไม่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลาที่มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง “ที่หลอกลวง” และต่อมากระทรวงการคลังในกรุงวอชิงตันเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลมาดูโร เพื่อเพิ่มความยากลำบากในการขายสินทรัพย์ของรัฐ
 
ด้านน.ส.ฮีทเธอร์ เนาเอิร์ต โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่าข้อกล่าวหาของมาดูโรนั้นไม่เป็นความจริง แม้ผู้นำเวเนซุเอลายืนยันว่า จะมีการเปิดเผย “หลักฐาน” ในอีกไม่ช้า ขณะที่แหล่งข่าวในรัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่ายังไม่ได้รับแจ้งจากฝ่ายเวเนซุเอลา “อย่างเป็นทางการ” แต่เตือนว่าสหรัฐพร้อมตอบโต้ “ในระดับเดียวกัน” และเพิ่มการกดดันทางเศรษฐกิจอีกที่อาจรวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ทั้งนี้ สหรัฐและเวเนซุเอลาไม่มีความสัมพันธ์ระดับเอกอัครราชทูตตั้งแต่ปี 2553 โดยเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงการากัสคนล่าสุด คือนายแพทริก ดัดดีย์ ซึ่งประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ สั่งเนรเทศเมื่อปี 2551. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews